อะไรสำคัญ?
ตรากตรำทำงานงานหนักมาหลายอาทิตย์ ทำให้ skip หนังโรงไปหลายเรื่อง พองานเริ่มซาเลยได้มีโอกาสกลับไปเดินตากแอร์ตามห้าง เดินชิลๆ ดูโน่นดูนี่ กินโน่นกินนี่ ได้สบายๆ ได้มีเวลาไปวนรอบร้านหนังสือหลายๆ รอบ ก่อนเข้าโรงหนังอีกด้วย
ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อหนังสือซักเล่ม สำหรับเราแล้ว…อย่างแรกคือปก และชื่อเรื่อง ต่อมาก็ต้องลองอ่านคำโปรยปกหลัง คำนำปกหน้า บางทีก็ลามไปถึงเนื้อเรื่องหน้าแรกซักนิด ว่าน่าสนใจอย่างที่คิดรึเปล่า พอตัดสินใจแล้วว่าอยากอ่าน ก็เดินถือหนังสือไปที่ counter เตรียมจ่ายตังค์เลย เพราะถูกสอนมาแต่เด็กว่า หนังสือน่ะ ซื้อไปเถอะ อ่านอะไรก็เป็นความรู้ ซื้อไว้พออ่านจบแล้ว อ่านใหม่ก็ได้อะไรใหม่ๆ ราคาหนังสือเลยไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อมาโดยตลอด ช่วง 5-6 ปีหลังๆ พอไปพลิกดูราคาระหว่างต่อแถวคิดตังค์แล้วก็คิดในใจเบาๆ ว่า มันแพงจังน้อ.. แต่ว่าก็ยังตัดใจซื้อมา เพราะถึงบอกว่าแพง แต่ก็ยังอยากอ่าน แถมยังมีเสียงในหัวที่โดนปลูกฝังมาแต่เด็กนั่นอีกด้วย
หลังจากโดนราคาหนังสือเสียบอกมาหลายที พักหลังๆ เลยเกิดนิสัย พลิกดูราคาเป็นปัจจัยสุดท้าย ก่อนเดินไปจ่ายตังค์
วันนี้เดินไปวนที่ชั้นหนังสือออกใหม่ หยิบเล่มโน้นเล่มนี้ดู จนไปสะดุดกับหนังสือเล่มนึง หน้าปกเคลือบด้าน มีspot UV ตามสมัยนิยม ปกอ่อนแต่ยื่นปีกนก พับทบรอบเล่ม ดูเผินๆ เหมือนเป็นกล่องแข็งใส่หนังสือ (ดูอยู่หลายรอบ ก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนอ่านจะพลิกเปิดยังไงให้ไม่ยับ) แถมยังมีปั๊มตัวนูนตรงชื่อเรื่องให้ดูหรูหราขี้นไปอีก หยิบมาเปิดดูเนื้อเรื่องก็น่าอ่าน เล่มนี้เป็นหนังสือแปลจากหนังสือดังระดับโลก แปลมาแล้ว 30 กว่าภาษา คนเขียนก็ได้รางวัลโนเบลสาขา literature พลิกไปพลิกมาห้าตลบ เกือบจะเดินไปจ่ายตังค์แล้ว แต่ว่ากระตุกมือหันหาราคาซะก่อน หมุนไปด้านหลังเจอตัวเลขพิมพ์ไว้ตัวเล็กๆ 570 บาท! 570 บาท! 570 บาท!
ตกใจถึงกับตะโกน (ในใจ) สามครั้งติดกัน!!! (แถมด้วยเครื่องหมายตกใจให้ด้วยอีกสามอัน)
หนังสือเล่มก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร size พ็อกเกตบุ๊คทั่วไป ความหนาก็ซักประมาณนิ้วนึงได้ แถมไม่ใช่การพิมพ์ครั้งแรกในไทย เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว แล้วทำไมมันถึงได้แพงขนาดนี้เนี่ย..
อยากอ่าน แต่ไม่อยากจ่ายแพง ลองเดินวนหาที่เป็นปกธรรมดา ตั้งหลายรอบ ก็ยังไม่เจอ การที่พิมพ์หนังสือให้สวย ดูดี แล้วคนอยากซื้อเก็บเนี่ย เราก็เข้าใจ แต่ถ้าจะทำอย่างนั้น ช่วยพิมพ์ฉบับ paperback ราคาถูกออกมาด้วยได้มั้ย ราคาอย่างนี้พอนึกไปมา ถ้าไปซื้อฉบับภาษาอังกฤษอ่าน คงราคาสูสีกัน แถมยังไม่ต้องแปลภาษาไทยกลับเป็นภาษาอังกฤษ ตอนที่อ่านแล้วไม่เข้าใจอีกด้วย
ยิ่งคิด ก็ยิ่งโกรธ หนังสือราคาขนาดนี้ เด็กๆ ที่ไหนจะมีตังค์ซื้ออ่าน ปกติที่เล่มบางๆ เล่มละสองสามร้อย ก็ว่าแพงแล้ว แต่มาเจอเล่มนี้แล้วเหมือนว่าไอ้ความโกรธ ที่ทำใจหยวนๆ ที่ผ่านมามันมาถึงจุดเดือด
เคยอ่านคำนำในหนังสือของ ชาติ กอบจิตติ ตั้งแต่ตอนเด็กๆ เค้าบอกว่า “หนังสือเค้าต้องพิมพ์ราคาถูก ยิ่งถูก คนก็ได้อ่านเยอะ คนอ่านหนังสือเยอะ ก็ทำให้ประเทศพัฒนาขึ้น” โห…ประทับใจมาก ตามไล่อ่านเกือบทุกเรื่อง ซื้อบ้าง ยืมห้องสมุดบ้าง แต่มาช่วงหลังๆ พอเดินไปเห็นหนังสือ set ใหม่ๆ ของคุณชาติ ตามร้านหนังสือสมัยใหม่ concept นี้ก็เปลี่ยนไปซะแล้วเหมือนกัน สงสัยจังว่าคุณชาติ จะรุ้มั้ยน้อ
อะไรที่สำคัญกว่ากัน? ปกและเทคนิคการพิมพ์อลังการ? หรือตัวหนังสือที่วางเรียงกันอยู่ข้างในนั้น?
ทำใจว่าจะไปหาพวก e-reader มาใช้ดีกว่า ถึงแม้จะไม่ชอบ feel ที่ไม่ได้พลิกเปิดหน้า แต่ว่าอาจจะเป็นทางออกที่ไม่ต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่ซื้อหนังสือ
( note: หลังจากเขียนเสร็จ ลองไป search ใน amazon มา ราคาของเล่มนี้ แบบปกแข็ง คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 540 บาท! ราคาปกอ่อนอยู่ที่ 330 บาท โดยประมาณ.. สงสารเด็กไทยที่ต้องอ่านวรรณกรรมคลาสสิกของโลกด้วยราคาแพงลิบลิ่วจริงๆ T__T )
2 Comments to “อะไรสำคัญ?”
Leave a Reply


หัวอกเดียวกันเลยจ๊ะ พี่ก็โคตรเครียดเลยเวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ บางครั้งคนไทยก็ชอบยอมรับอะไร ๆ ง่ายเกินไปเนอะ
ตอนที่บ่นไปบน facebook มีคนบอกว่า ช่วยสนับสนุนเค้าไปเถอะ เค้าจะได้แปลมาให้เราอ่านกัน.. แบบว่าไม่ได้! ถ้าไม่มีคนบ่น เค้าก็ไม่คิดจะทำของถูกมาเป็น choice ให้เราอ่านหรอก.. เศร้า